กลยุทธ์รับมือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของจีนสำหรับธุรกิจไทย เรียนรู้เทรนด์ใหม่ มาตรฐาน และวิธีปรับตัวเพื่อรักษาความได้เปรียบทางการค้าในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของจีน เป็นความท้าทายสำคัญสำหรับธุรกิจไทยที่ทำการค้าข้ามชาติ ในยุคที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าใจและปรับตัวต่อนโยบายใหม่ๆ ของจีนจึงกลายเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จของผู้ส่งออกและผู้นำเข้าไทย
จีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศไทย ด้วยมูลค่าการค้าที่สูงถึงกว่า 3.7 ล้านล้านบาทในปี 2565 การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าแม้เพียงเล็กน้อยของจีนย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจไทยที่ทำการค้าขายกับจีน
แม้ว่าจีนจะยกเลิกนโยบาย Zero-COVID ไปแล้ว แต่ผลกระทบจากการ lockdown ในอดีตยังคงสอนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน การปิดท่าเรือและการหยุดชะงักของการผลิตในจีนส่งผลกระทบเป็นโดมิโนต่ออุตสาหกรรมไทยที่พึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน
นโยบาย Dual Circulation ของจีนที่มุ่งส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ (Internal Circulation) และยังคงเปิดสู่ตลาดโลก (External Circulation) สร้างโอกาสมหาศาลสำหรับ สินค้าเกษตรและอาหารไทย ที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและความปลอดภัย
การติดตามข่าวสารนโยบายจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ติดตามเว็บไซต์ทางการของกระทรวงพาณิชย์ไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
สมัครรับการแจ้งเตือนจากสถานทูตไทยในปักกิ่งและสถานกงสุลในเขตเศรษฐกิจสำคัญ
ใช้บริการบริษัทตัวแทนที่ให้ บริการให้คำปรึกษาด้านกฎระเบียบการค้า
ไม่ควรพึ่งพาตลาดหรือซัพพลายเออร์ในจีนเพียงแห่งเดียว การกระจายความเสี่ยงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
ค้นหาซัพพลายเออร์สำรองในประเทศอื่นๆ หรือในจังหวัดอื่นของจีน
พิจารณาการใช้ บริการจัดหาสินค้า (Sourcing Service) จากผู้ให้บริการมืออาชีพที่เข้าใจการทำงานในหลายพื้นที่
สำรองสต็อกสินค้าให้เพียงพอเพื่อรองรับการหยุดชะงักชั่วคราว
จีนมีการอัปเดตมาตรฐานสินค้าโดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของอาหารและคุณภาพผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ
ศึกษามาตรฐานใหม่ๆ เช่น มาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับสินค้าอาหารนำเข้า
ใช้ บริการตรวจสอบคุณภาพสินค้า (Quality Inspection) ก่อนการส่งออกเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าผ่านมาตรฐานทั้งหมด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
นโยบายใหม่ๆ มักมาพร้อมกับเทรนด์การบริโภคใหม่
ศึกษานโยบายส่งเสริมการบริโภคภายในของจีนเพื่อปรับสินค้าให้ตรงกับความต้องการ
เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยผ่านการแปรรูปเพื่อตอบโจทย์ตลาด middle-class ของจีนที่กำลังขยายตัว
ใช้แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซของจีน (เช่น Tmall, JD.com) เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
พาร์ทเนอร์ด้าน logistics ที่แข็งแกร่งและมีเครือข่ายในจีนจะช่วยให้คุณรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
เลือกบริษัทที่มี บริการขนส่งครบวงจร และเข้าใจขั้นตอนศุลกากรของทั้งสองประเทศ
มีระบบติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์เพื่อจัดการกับความไม่แน่นอน
สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางและรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์
การมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม: นโยบาย Carbon Neutrality ของจีนจะส่งผลต่อมาตรฐานการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหนักและพลังงาน
การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม: จีนจะยังคงให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีของไทย
ความร่วมมือในกรอบ RCEP: ความตกลง RCEP จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและลดภาษี ทำให้กระบวนการนำเข้าและส่งออกระหว่างไทย-จีนคล่องตัวขึ้น
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของจีน ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างความยืดหยุ่นและ resilience ให้กับธุรกิจ การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ การกระจายความเสี่ยง การทำความเข้าใจกฎระเบียบอย่างลึกซึ้ง และการมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เชื่อถือได้คือเสาหลักสู่ความสำเร็จในการทำการค้ากับตลาดที่สำคัญและซับซ้อนอย่างจีน ธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วและเตรียมพร้อมอยู่เสมอย่อมได้เปรียบและสามารถคว้าโอกาสจากนโยบายใหม่ๆ ของจีนได้ก่อนใคร